Latest Posts

การระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) คืออะไร เหตุใดองค์การอนามัยโลกจึงเพิ่งประกาศ

การระบาดใหญ่ทั่วโลก

การระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) คืออะไร เหตุใดองค์การอนามัยโลกจึงเพิ่งประกาศ 

การระบาดใหญ่ทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็น “ภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลก” (Pandemic) เนื่องจากขณะนี้ไวรัสกำลังแพร่กระจายเป็นวงกว้างทั่วโลก

“ครั้งนี้เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งแรกที่เกิดจากไวรัสโคโรนา” ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวระหว่างการแถลงข่าว

การระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) คืออะไร?

เว็บไซต์ขององค์การฯ ให้นิยามของคำว่า Pandemic ว่าเป็น “การระบาดของโรคชนิดใหม่ที่กระจายวงกว้างทั่วโลก”

การระบาดใหญ่ทั่วโลกไม่จำเป็นต้องหมายถึงความรุนแรงของโรค แต่มีความเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเชิงภูมิศาสตร์ ส่วนอีกคำจำกัดความที่ปรากฏในตำรา “ระบาดวิทยา 101” ระบุว่าการระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็น “การระบาดของโรคที่เกิดขึ้นทั่วโลก หรือในพื้นที่เป็นวงกว้างอย่างยิ่ง ข้ามเขตแดนระหว่างประเทศ และมักส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก”

คำดังกล่าวมักใช้กับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และ “การระบาดใหญ่ทั่วโลกของโรคไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมาและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิคุ้มกัน” องค์การฯ ระบุในเว็บไซต์ “ไวรัสที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกในอดีตมักมีต้นกำเนิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์”

ทีโดรสกล่าวว่าการกำหนดให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก จะไม่เปลี่ยนแปลงการประเมินภัยคุกคามที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ขององค์การฯ รวมถึงไม่กระทบต่อสิ่งที่องค์การฯ กำลังดำเนินการและสิ่งที่ประเทศต่างๆ ควรดำเนินการเช่นกัน

ไมเคิล ไรอัน (Michael Ryan) ผู้อำนวยการใหญ่โครงการเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพขององค์การฯ ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค.) โดยระบุว่าการระบาดใหญ่ทั่วโลก “คือลักษณะหรือคำอธิบายของสถานการณ์” พร้อมกับย้ำว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดสิ่งอื่นใดนอกเสียจากมาตรการที่เข้มงวดและเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่มา : sanook

ไวรัสโคโรนา คิง เพาเวอร์ จัดเต็มมาตรฐานสุขลักษณะทุกพื้นที่บริการ

ไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนา คิง เพาเวอร์ จัดเต็มมาตรฐานสุขลักษณะทุกพื้นที่บริการ 

จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ที่ยังเป็นวิกฤตในสังคมโลก คิง เพาเวอร์ ตระหนักดีถึงความสำคัญในความปลอดภัยของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน อย่างสูงสุด

ล่าสุดได้เพิ่มแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัดสำหรับ “สุขลักษณะ” ของพื้นที่ให้บริการทุกสาขา ตามมาตรฐานสาธารณสุขสากล และดำเนินการต่อเนื่องสำหรับมาตรการที่ได้เริ่มดำเนินมาแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 และยังคงเฝ้าระวัง ป้องกันขั้นสูงสุดโดยเพิ่มความถี่ในการดำเนินการฉีด พ่น อบ ทุกพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส (H1N1 และ COVID-19) มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในสถานพยาบาลทุกสัปดาห์ ตลอดจนการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อไวรัสทุกๆ 30 นาที รวมถึงการควบคุมการแพร่ระบาด โดยได้นำออกเผยแพร่ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ช่วยตอกย้ำการดำเนินการอย่างจริงจังโดยเฉพาะการฆ่าเชื้อในพื้นที่บริการ

นอกจากนั้นยังเพิ่มแนวทางปฏิบัติในการเข้าออกอาคาร ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้

กำหนดเส้นทางเข้า-ออกพนักงานผู้มาติดต่อทุกพื้นที่ ลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง และตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิร่างกายลูกค้า ผู้มาติดต่อ ที่เข้า-ออกพื้นที่
กรณีพบพนักงานมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศา หรือหากมีอาการเข้าข่าย สามารถแจ้งหัวหน้างานเพื่อขอหยุดปฏิบัติงานและพบแพทย์ทันที
ผู้มาติดต่อต้องมีการป้องกันด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และหากพบว่ามีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศา หรือมีอาการเข้าข่าย ให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องประสานงานเพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที
หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนหนาแน่น หรือประเทศที่มีความเสี่ยง หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันทุกครั้ง หมั่นล้างมือให้สะอาด
รณรงค์ สร้างการตระหนัก รู้ทันไวรัส COVID-19 และปฏิบัติตามสุขอนามัย สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อน รับประทานอาหารมีประโยชน์สร้างภูมิคุ้มกัน

ขอบคุณที่มา : sanook

ศรีสุวรรณ ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมศิลป์ฯ เซ็นถอดโบราณสถานเขายะลา ก่อนเกษียณวันเดียว

ศรีสุวรรณ

ศรีสุวรรณ ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมศิลป์ฯ เซ็นถอดโบราณสถานเขายะลา ก่อนเกษียณวันเดียว 

นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แก้ไขโดยเขตพื้นที่โบราณสถานเขายะลา เอื้อเอกชนทำเหมืองหิน กระทบภาพเขียนสีอายุหลายพันปี โดยกรณีนี้ นายอนันต์ ชูโชติ ขณะดำรงตำเเหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้ออกประกาศลงวันที่ 30 ก.ย. 2562 เรื่องแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน ภาพเขียนสีเขายะลา ตำบลลิดล – ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โดยพื้นที่โบราณสถานเดิมประมาณ 887 ไร่ ได้ให้มีการปรับลดพื้นที่ลงประมาณ 190 ไร่ จึงทำให้เหลือพื้นที่ประมาณ 697 ไร่

กรณีนี้มีข้อพิรุธและย้อนแย้งหลายประการ ทั้งภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ควรอนุรักษ์ไว้และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ซึ่งได้รับผลกระทบแล้วบางส่วนจากแรงระเบิดหินผ

ขอบคุณที่มา : sanook

เมียฝรั่งเช่ารถออกไปปีนหน้าผา กลายเป็นศพปริศนาในโถงถ้ำขนาดเล็ก-เปลือยท่อนบน

เมียฝรั่งเช่ารถออกไปปีนหน้าผา

เมียฝรั่งเช่ารถออกไปปีนหน้าผา กลายเป็นศพปริศนาในโถงถ้ำขนาดเล็ก-เปลือยท่อนบน 

สาวไทยพลัดตกหน้าผาตายปริศนา เพื่อนสนิทเผยมาซื้อบ้านหรูอยู่ที่อ่าวนาง และเพิ่งเดินทางมากระบี่ได้ 3 วัน พร้อมด้วยสามีและลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พบศพบริเวณภูเขาภายในสวนผลไม้ ที่หมู่ 1 บ้านช่องพลี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางนัน อายุ 55 ปี ยังไม่ทราบบ้านเลขที่ โดยศพนอนตะแคงอยู่ในโถงถ้ำขนาดเล็กที่ใต้หน้าผา มีทรัพย์สินเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอางและเงินสดสกุลต่างๆ หลายหมื่นบาท และใบอนุญาตขับขี่รถผู้ตายของประเทศสวีเดน กองอยู่บนเสื่อ

และไม่ห่างกันพบรองเท้าปีนผาของผู้ตายวางอยู่ 1 คู่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพขึ้นมาพบมีเสื่อปูอยู่อีกผืนและของใช้ประเภทเครื่องสำอางที่ทาเล็บ และรองเท้าแบบผู้หญิงอีก 1 คู่อยู่ภายใน โดยสภาพศพเสื้อถลกไปอยู่ที่เอว ไม่สวมเสื้อชั้นใน สวมกางเกงปีนผาและมีเชือกผูกไว้ที่เอวซึ่งโยงขึ้นไปบนหน้าผากว่า 30 เมตร และมีเชือกที่ใช้สำหรับผูกเข้ากับหินเป็นบ่วงขาดอยู่ 3-4 เส้น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทางแพทย์ได้ชันสูตรเบื้องต้นพบว่า มีรอยถลอกที่บริเวณเข่าซ้าย ด้านนอก ซ้าย และมีรอยช้ำที่ลำคอขวา แต่ไม่พบบาดแผลเพิ่มเติม เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชม. จึงได้นำศพส่ง รพ.กระบี่ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นห่างออกไปประมาณ 15 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฟีโน่ สีน้ำตาล ทะเบียน 1016 กระบี่

สอบสวนเจ้าของรถจักรยานยนต์ซึ่งให้ผู้ตายเช่ามา บอกว่า สนิทกับผู้ตายมานานแล้ว โดยผู้ตายเป็นคนไทย มีสามีเป็นชาวสวีเดน มาซื้อบ้าน 3 ชั้น อยู่ที่อ่าวนางในราคาหลายล้านบาท โดยเมื่อ 3 วันก่อนได้เดินทางมากระบี่พร้อมด้วยสามีและลูกชาย

แล้วเมื่อวานนี้ (2 มี.ค.) ผู้ตายได้มาเอารถคันดังกล่าวจากร้านไป จนกระทั่งเช้าวันนี้จึงทราบว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ส่วนสามีและลูกของผู้ตายยังไม่ทราบเรื่อง และไม่อยู่บ้านคาดว่าคงไปเที่ยวที่อ่าวไร่เลย์ ซึ่งขณะนี้กำลังติดต่ออยู่

ขณะที่ พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง ระบุว่า เบื้องต้น คาดว่าผู้ตายพลัดตกจากหน้าผา แต่ยังไม่สรุปว่าผู้ตายด้วยเหตุดังกล่าว หรือเกิดจากการการตายอย่างอื่นที่ผิดธรรมชาติ เนื่องจากที่เกิดเหตุสภาพศพลงไปอยู่ในโถงถ้ำ และถอดรองเท้าออก รวมถึงบาดแผล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนสืบสวน รวมถึงรอผลการชันสูตรจากแพทย์ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

ขอบคุณที่มา : sanook